สิงห์บุรีนิวส์ ข่าวสิงห์บุรี

สิงห์บุรี  รัฐมนตรีเกษตรฯลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

0 98

 

พลเอก ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการน้ำ การผลิตและพัฒนาพันธุ์ข้าวในพื้นที่ และเตรียมความพร้อมในการนำเสนอโครงการของกระทรวงเกษตรฯ เข้าสู่ที่ประขุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 18 – 19 ก.ย. 60

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 14 กันยายน 2560 ที่ ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พลเอก ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สิงห์บุรี เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการน้ำ การผลิตและพัฒนาพันธุ์ข้าวในพื้นที่ และเตรียมความพร้อมในการนำเสนอโครงการของกระทรวงเกษตรฯ เข้าสู่ที่ประขุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 18 – 19 ก.ย. 60  เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการเกษตรของจังหวัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   โดยมี พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี รักษาราชกาแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีกล่าวต้อนรับ

จากนั้นรัฐมนตรีเกษตรฯ ได้พบปะพูดคุยกับกับเกษตรกรในพื้นที่  และปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 100,000 ตัว ได้แก่ ปลายี่สกเทศจำนวน 96,000 ตัว ปลานวลจันทร์เทศ จำนวน 2,000 ตัว  และปลาช่อนจำนวน 2,000 ตัวเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ มีปลาให้บริโภค มีปลาในแหล่งธรรมชาติต่อไป

พลเอก ฉัตรชัย  เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อำเภออินทร์บุรี  ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำปลายคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 มีความยาวทั้งสิ้น 27.81 กิโลเมตร เริ่มต้นในเขตท้องที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท และผ่านเขตท้องที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  ทำหน้าที่เก็บกักน้ำในฤดูเพาะปลูกและระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในฤดูเก็บเกี่ยว สำหรับในฤดูน้ำหลาก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงกว่าในคลองจะทำการปิดบานระบายน้ำประตูระบายน้ำบางโฉมศรี เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่ในเขตชลประทาน   ซึ่งกรมชลประทานได้ปรับปฏิทินการส่งน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง จำนวน 1.15 ล้านไร่ ให้ทำนาปีเร็วขึ้น โดยเริ่มการส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม  2560 เพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม หลีกเลี่ยงน้ำหลากในเดือนกันยายนของทุกปี

โดยในการทำนาปี 2560 พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ได้เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จทั้งหมดในเดือนสิงหาคม ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของนโยบายการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกนาปี 2560  โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการประชุมชี้แจงสร้างการรับรู้และความเข้าใจ แก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เกษตรกร ในพื้นที่ให้ทราบ และเตรียมความพร้อมล่วงหน้า การเพาะปลูกให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้  อย่างไรก็ตาม มีความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ เช่น เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ติดตั้งบริเวณปากคลองระบายสายซอยเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่สถานีสูบน้ำปลายคลองระบายใหญ่ ชัยนาท-ป่าสัก 2 (บางโฉมศรี) และยังได้ทำการติดตั้งเครื่อง-สูบน้ำขนาด 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว บริเวณปลายคูระบายน้ำสายหลักๆ ของคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 จำนวน 5 จุด รวมทั้งสิ้น 11 เครื่อง  เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูกข้าว ในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่เกษตรกรสามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่เกิดการเสียหาย

นอกจากนี้ ได้ติดตามในส่วนของการผลิตและพัฒนาพันธุ์ข้าวในพื้นที่ โดยจังหวัดสิงห์บุรี มีพื้นที่ปลูกข้าว 269,428.53 ไร่  เกษตรกรปลูกข้าวนาปี 12,529 ครัวเรือน สำหรับแผนการปลูกข้าว ปี 2560/61 รอบที่ 1 ตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรมีพื้นที่ทั้งหมด 288,630 ไร่  แบ่งเป็น ข้าวหอมจังหวัด 13,000 ไร่ หอมปทุม 77,200 ไร่  ข้าวเจ้า 190,700 ไร่  ข้าวเหนียว 7,200 ไร่ และข้าวสี 530 ไร่

สำหรับนาแปลงใหญ่ พื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีมีนาแปลงใหญ่ จำนวน 10 แปลง (แปลงกรมการข้าว) พื้นที่ 17,090 ไร่ เกษตรกร 967 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 4,436 ไร่ เกษตรกร 204 ราย และอยู่ระหว่างขอการรับรอง GAP ปี 2560 จำนวน 1,136 ไร่ เกษตรกร 40 ราย โดยในจำนวน 10 แปลงเป็น ศพก. และเป็นศูนย์ข้าวชุมชน 5 แปลง ซึ่งในพื้นที่นาแปลงใหญ่ ต.ท่างาม อ.อินทรีบุรี มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ประมาณ 500 ไร่

นอกจากนี้ พลเอกฉัตรชัย ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรอบแนวทางโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ นำเสนอคณะรัฐมนตรีซึ่งรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคกลางนั้นมีส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงเกษตรฯ 2 ส่วน คือ 1. ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และ 2. บริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และ คงความสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ซี่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จะได้ไปตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่สำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ การพัฒนาคุณภาพสินค้าข้าว โครงการ 9101ฯ เป็นต้น

ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำที่จะนำเสนอ ครม. ในคราวนี้ คือ โครงการเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปี 2561 – 2562 จำนวน 104 โครงการ โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 500 ไร่ และ บรรเทาพื้นที่น้ำท่วม 2.5 ล้านไร่  มีโครงการที่สำคัญ เช่น อ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง จ.ประจวบคิรีขันธ์ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบรรเทาอุทกภัยบางสะพาน  สถานีสูบน้ำ และ เสริมคันกั้นน้ำ คลองมหาชัย คลองสนามชัย แม่น้ำท่าจีน ขุดลอกอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปรับปรุงคลองระพีพัฒน์ คลองน้ำหลากบางบาล-บางไทร ปตร.คลองบางหลวง เสริมคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบปกติ แต่จะของงบเพิ่มเติมปี 2561 บางส่วน เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ ขณะนี้กรมชลประทานกำลังพิจารณาความเหมาะสมของงบประมาณที่จะขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่